วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

iWatch จากไอเดียกลายเป็นของจริง!!!



..........จากไอเดียแก็ดเจ็ต (Gadget) ที่มีการเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นั่นคือ แนวคิดที่จะเปลี่ยน iPod Nano ให้กลายเป็นนาฬิกาข้อมือ โดยเรียกมันซะใหม่ว่า iWatch ล่าสุดไอเดียดังกล่าวเป็นจริงแล้ว

.
..........
ดีไซน์ของบริษัทแรกชื่อว่า iLoveHandles โดยใช้ชื่อ Rock Band แนวคิดในอการออกแบบก็ง่ายมาก เพียงแค่ทำสายรัดนาฬิกาข้อมือที่มาพร้อมกับรอยเว้าบนสาย โดยเมื่อใช้คลิปที่อยู่ด้านหลังของ iPod Nano หนีบเข้าไปตรงบริเวณนี้ ผลลัพธ์นอกจากจะทำให้ iPod Nano อยู่ตำแหน่งที่เหมาะสมบนสายรัดข้อมือแล้ว มันยังช่วยล็อคตัวเครื่องไม่ให้เลื่อนไปมาอีกด้วย เพียงแค่นี้เจ้าของ iPod Nano รุ่นใหม่ก็ได้นาฬิกาข้อมือที่ใช้ฟังเพลงได้แล้ว สนนราคาอยู่ที่ 19.95 เหรียญฯ หรือประมาณ 680 บาท

.


.........นอกจากจะมีดีไซน์ที่เป็นแค่สายรัดนาฬิกาข้อมือโดยบริษัท Rock Band แล้ว ยังมีดีไซน์ iWatch ของอีกเจ้าหนึ่งชื่อว่า Incipio ซึ่งแทนที่จะออกแบบเป็นแค่สายรัดนาฬิกาข้อมือ บริษัทนี้เลือกที่จะออกแบบเป็นเคสแข็งที่ป้องกัน iPod Nano ไปด้วยพร้อมกัน โดยเรียกมันว่า Linq ซึ่งนอกจากจะทำให้มันดูเหมือนนาฬิกาข้อมือมากขึ้นแล้ว ยังดูสวยงาม และแข็งแรงกว่าอีกด้วย อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยเรื่องราคา และกำหนดวางตลาดของ Linq ออกมาแต่อย่างใด? อีกหนึ่งไอเดียที่ซ่อนอยู่ภายใต้การเปลี่ยน iPod Nano เป็นนาฬิกาข้อมือก็คือ การใช้เครืองเล่น MP3 แทนนาฬิกาไปด้วยในตัวนั่นเอง
>
>
ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

IE9 เปิดโลก "เว็บบราวเซอร์" พันธุ์ใหม่


.
.....
บรรดาบริษัทผู้นำเว็บบราวเซอร์ในตลาดได้แก่ ไมโครซอฟท์ (Microsoft) มอซิลลา (Mozilla) และกูเกิ้ล (Google) เชื่อว่า บราวเซอร์ของทางบริษัทยังคงสามารถร่ายมนต์สะกดให้ผู้ใช้ทั่วโลกใช้เวลากับเว็บได้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ได้อีก โดยเว็บบราวเซอร์รุ่นใหม่จะเน้น 3 คุณสมบัติหลักของการทำงานอย่างเช่น Internet Explorer 9 ที่สัญญาว่า จะมาพร้อมกับฟังก์ชันสนับสนุนเครือข่ายสังคม Social Networking มากยิ่งขึ้น และระบบการแสดงผลกราฟิกที่ดีกว่าเดิม ตลอดจนความเร็วที่เพิ่มขึ้น ทั้งหมดก็เพื่อให้คุณใช้ชีวิตบนออนไลน์มากขึ้นนั่นเอง
.....มนุษย์เรากำลังอยู่ในยุค"มนุษย์(เสพ)ติดมอนิเตอร์" เหตุผลก็คือ ผู้คนวันนี้ติดการรับข่าวสารเพื่อนๆ จากเฟซบุ๊ค (Facebook) ในที่ทำงานตลอดทั้งวัน บ้างก็ดู YouTube ในขณะที่อีกหลายล้านคนนั่งเลื่่อนหน้าจออยู่ในโลก Twitter และจำนวนไม่น้อยที่อ่านเรื่องราวต่างๆ ทั้งวัน แถมยังชอบส่งต่อคอนเท็นต์สารพัดชนิด รวมถึงคอมเมนต์มันไปซะทุกเรื่อง กิจกรรมเหล่านี้กำลังทำให้ผู้ใช้เน็ตละสายตาจากหน้าจอน้อยลง หรือพูดในทางกลับกันก็คือ นั่งจ้องหน้าจอนานขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง แต่กระนั้นบริษัทผู้พัฒนาเว็บบราวเซอร์ชั้นนำเชื่อว่า ผู้ใช้จะสามารถใช้เวลากับเว็บมากกว่าที่เป็นอยู่ได้อีก หากพวกเขาพัฒนาเว็บบราวเซอร์ให้เก่งขึ้น โดยเฉพาะการตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้เว็บของผู้บริโภคยุคใหม่
.....Microsoft เตรียมจัดงานใหญ่เปิดตัวเวอร์ชัน"ทดสอบ"ของ IE9 ให้กับผู้ใช้ทั่วโลกในวันที่ 15 ก.ย. ในซานฟรานซิสโก โดยมีการอุปมาอุปไมยว่า IE9 จะเป็นตัวแทนของบราวเซอร์ยุคใหม่ที่เปลี่ยนเว็บจากโลกของ"ภาพนิ่ง"ไปสู่โลกแห่ง"ภาพยนต์"ที่มีการเคลื่อนไหวไหลลื่นตื่นเต้นไม่มีที่สิ้นสุด ในขณะที่คนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่า บราวเซอร์มีลักษณะของช่องทางการรับข้อมูลแบบเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนดูคล้ายกรอบภาพ หรือไม่ก็จอทีวี ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นนอกจากคอนเท็นต์ใหม่ๆ "เมื่อคุณคิดถึงเว็บเมื่อ 10 - 15 ปีที่แล้ว มันมีแค่ 2 มิติที่เต็มไปด้วยข้อความกับรูปภาพ" David Ragones ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์จาก Nvidia กล่าว "มันไม่สามารถโต้ตอบได้เหมือนกับเกมส์คอมพิวเตอร์ หรือมีอะไรน่าดึงดูดใหคุณต้องอยู่กับมันมากนัก"
.....แม้บราวเซอร์ IE9 ของไมโครซอฟท์ที่จะเปิดตัววันพุธนี้จะเป็นแค่เวอร์ชันทดสอบ แต่ทางบริษัทก็เชื่อว่า มันจะถูกผู้คนบนเว็บโหลดไปทดลองใช้อย่างท่วมท้น ซึ่งตอนนี้ไมโครซอฟท์กำลังเตรียมการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ โดยปฏิเสธที่จะให้คอมเมนต์ในเรื่องนี้ ส่วนทางด้าน Google ที่มี Chrome เป็นพระเอกก็ดูเหมือนจะไม่หวั่นสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ แต่ก็ตื่นเต้นต่อการที่จะเห็นเว็บบราวเซอร์มีการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งต้องยอมรับว่า ส่วนแบ่งตลาดของ IE ที่หายไป สาเหตุหนึ่งมาจากความนิยมในบราวเซอร์ Chrome ด้วย ในขณะที่ตัวเลขสถิติเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา 60% ของผู้ใช้เว็บเลือก IE ตามด้วย Firefox 23% โดยมี Chrome เป็นอันดับ 3 ที่ 8%
.....การแข่งขันของบราวเซอร์ดูจะรุนแรงมากขึ้้น เมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างเช่น มาตรฐาน HTML5 และ CSS3 ซึ่งจะเป็นการดึงพลังประมวลผลกราฟิกจากฮาร์ดแวร์ การทำให้คอนเท็นต์ของเว็บมีลูกเล่นในการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้มากกว่าหน้าเว็บแข็งๆ ในกรอบสี่เหลี่ยมดังเช่นที่ผ่านมา ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นในวันเปิดตัว IE9 คุณสมบัติการทำงานต่างๆ ที่ทำให้ผู้ใช้ได้ใช้ประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์มากขึ้น อย่างเช่น ความสามารถในการลากองค์ประกอบ (Items) ต่างๆ จากหน้าเว็บไปรอบหน้าจอ ข่าวสดที่สามารถป๊อปอัพโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องคลิกปุ่ม Refresh ซึ่งทำให้เว็บไซต์ตอบสนองความเคลื่อนไหวของ Social ได้ทันที (คล้าย Notification บน iPhone) บราวเซอร์ยุคใหม่จะมีการทำงานร่วมกันระหว่างบราวเซอร์กับเว็บไซต์มากขึ้น โดยเฉพาะในยุค Social Network เว็บแอพพลิเคชันต่างๆ จะมีความเป็น Social มากขึ้น รวมถึงแอพพลิเคชันที่ต้องติดตั้งใช้งานบนพีซีอย่างเช่น Tweetdeck จะสามารถรันได้จากภายในบราวเซอร์เวอร์ชันใหม่ ซึ่งได้มีการโชว์ให้เห็นแล้วในงานประชุมของ Google
.....นักพัฒนาจะสามารถสร้างแอพฯ เวอร์ชันรันบนบราวเซอร์ แทนการพัฒนาแอพฯหลายครั้ง เพื่อให้รองรับแพลตฟอร์มอื่นๆ ด้วย อย่างเช่น Mac และ Linux บราวเซอร์ใหม่จะสามารถเล่นแอนิเมชัน และวิดีโอได้โดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ Flash ซึ่งกำลังสร้างความเซ็งให้กับผู้ใช้ iPad วันนี้ เนื่องจากมันไม่สนับสนุน Flash และจากความน่าเบื่อในโลกของภาพ 2D เว็บบราวเซอร์ยุคใหม่จะสนับสนุนประสบการณ์ในการใช้งาน 3D ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้หลากหลายยิ่งขึ้น บราวเซอร์ไม่ใช่แค่พัฒนาให้เร็วขึ้นเท่านั้นอีกต่อไป ทั้งนี้ MS มีแผนที่จะแสดงตัวอย่างที่มีการนำเสนอคอนเท็นต์ที่มาพร้อมลูกเล่นต่างๆ ในงานเปิดตัว IE9 นี้
.....นอกจากนักพัฒนาแอพฯจะตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่ๆ แล้ว นักออกแบบเว็บต่างก็กำลังคอยให้ MS ลงมาใช้ HTML5 และ CSS3 ใน IE สักที ในขณะที่ Chrome เริ่มสนับสนุน HTML5 มาตั้งแต่ปี 2008 แล้ว ผลลัพธ์ทำให้เว็บไซต์ที่ออกแบบโดยใช้ HTML5 จะดูดีใน Chrome แต่ยับเยินบน IE สำหรับ HTML5 เป็นมาตรฐานของภาษาที่ใช้พัฒนาเว็บเพจที่รวมความสามารถในการเล่นวิดีโอ และการลากและวาง (drag and drop) ไอเท็มส์ต่างๆ ในบราวเซอร์ CSS3 เป็นมาตรฐานสำหรับพัฒนาหน้าตาของเว็บให้ได้ดังใจที่ต้องการ IE มีส่วนแบ่งตลาดมากสุด แต่พัฒนาการช้าสุด ดังนั้น IE9 ที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด จึงมีความสำคัญต่อแนวโน้มของบราวเซอร์ยุคใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ผู้ใช้รอคอย
>
>
ข้อมูลจาก: pluggd.in

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น

.....แนวคิดสำหรับหุ่นยนต์ทางฝั่งตะวันตกคือ "คนรับใช้"ของมนุษย์ แต่หากเป็นฝั่งตะวันออกมักจะมีลักษณะเป็น "ผู้ช่วย" เลยไปจนถึง"เพื่อน"ของมนุษย์มากกว่า โดยเฉพาะคนสูงอายุในญี่ปุ่น ดังนั้น หุ่นยนต์ทางฝั่งตะวันตกจึงไม่ได้เน้นว่า ต้องมีหน้าตา ขา แขน แต่มีดีไซน์ให้ตอบโจทย์กับงานเป็นสำคัญ หุ่นยนต์ที่กลายเป็นสินค้า และเป็นที่รู้จักกันมานานแล้วตัวหนึ่งนั่นก็คือ Roomba หรือ iRobot หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมทางประเทศฝั่งตะวันออกมากขึ้นเรื่อยๆ
.
.
.....ความจริงหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีลักษณะเป็นวงกลมคล้ายจานบิน สามารถเคลื่อนที่ไปตามพื้นห้อง เพื่อดูดฝุ่นได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่ของใหม่เลย แต่พัฒนาการของมันน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่สามารถตรวจจับขอบบันไดไม่ให้ตัวเองร่วงตกหล่น ไปจนถึงวิ่งเข้าหาที่ชาร์จได้เองเมื่อแบตฯใกล้หมด มาจนถึงในช่วงปีสองปีมานี้ มันได้รับการพัฒนาให้สามารถทำหน้าที่เป็น"ยาม"ไฮเทคได้ด้วย
.....ก่อนหน้านี้ MS800 จาก MSI เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ฉลาดขึ้น สามารถเชื่อมต่อการทำงานผ่านบลูทูธ (ใช้มือถือควบคุมได้) แถมยังมีเว็บแคมในตัวทำให้มันสามารถเป็นยามสอดส่องดูแลความเรียบร้อยในห้องนอนลูกๆ แทนคุณได้อีกต่างหาก ล่าสุด Samsung กระโดดเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้เหมือนกัน โดยอัพเกรด VC-PL62W ให้เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีกล้องติดมาด้วยเช่นกัน โดยสามารถดูดฝุ่นไปพร้อมกับตรวจตราไปรอบๆ ห้องให้กับคุณด้วย จุดเด่นของ VC-PL62W ก็คือ คุณสามารถติดตามดูวิดีโอจากกล้องของมันจากที่ไหนก็ได้ โดยสามารถตั้งให้มันส่งภาพวิดีโอไปยังคอมพิวเตอร์ หรือมือถือของคุณก็ได้ สำหรับหุ่นดูดฝุ่นและยามรักษาความปลอดภัยรุ่นนี้จะวางจำหน่ายในเกาเหลีใต้ สนราคาอยู่ที่ 799,000 วอน หรือประมาณ 21,100 บาท
...
.

.
ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

การก้าวสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้


ความรู้ คืออะไร

...........ตอบ -เป็นขั้นแรกของพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการจดจำ ความรู้ เป็นหนึ่งในขั้นตอนของการเรียนรู้ ประกอบไปด้วยคำจำกัดความหรือความหมาย ข้อเท็จจริง ทฤษฎี กฎ โครงสร้าง วิธีการแก้ไขปัญหา และมาตรฐานเป็นต้น
...................-ความรู้เป็นเรื่องของการจำอะไรได้ ระลึกได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความคิดที่ซับซ้อนหรือใช้ความสามารถของสมองมากนัก
...................-เป็นขั้นตอนที่นำไปสู่พฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเข้าใจ การนำความรู้ไปใช้ในการวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การประเมินผล

.
Tacit Knowledge
.
...........ตอบ คือ ความรู้ที่ไม่ปรากฎชัดแจ้ง เป็นความรู้ที่ไม่สามารถเขียนหรืออธิบายได้ การถ่ายโอนความรู้ประเภทนี้ทำได้ยาก จำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้จากการกระทำ ฝึกฝน (อยู่ในสมองคน เชื่อมโยงกับประสบการณ์ ความเชื่อ ค่านิยม ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ทั้งหมด)

.
Explicit Knowledge

............ตอบ คือ ความรู้ที่ปรากฎชัดแจ้ง เป็นความรู้ที่สามารถเขียนหรืออธิบายออกมาเป็นตัวอักษร ฟังก์ชั่นหรือสมการได้ (อยู่ในตำรา เอกสาร วารสาร คู่มือ คำอธิบาย วีซีดี คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ฐานข้อมูล)


อธิบายรูปภาพ
.
.....................ความรู้ที่เกิดขึ้นเกิดจากการพัฒนาการเรียนรู้ที่มีการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้ปฏิบัติงาน กระบวนการปรับเปลี่ยนและสร้างความรู้แบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะดังนี้



................ตอบ

................1. Socialization เป็นขั้นตอนแรกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสร้าง Tacit Knowledge จาก Tacit Knowledge ของผู้ร่วมงานโดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงที่แต่ละคนมีอยู่
.
................2. Externalization เป็นขั้นตอนที่สองในการสร้างและแบ่งปันความรู้จากสิ่งที่มีอยู่และเผยแพร่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นการแปลงความรู้จาก Tacit Knowledge เป็น Explicit Knowledge
.
................3. Combination เป็นขั้นตอนที่สามในการแปลงความรู้ขั้นต้น เพื่อการสร้าง Explicit Knowledge จาก Explicit Knowledge ที่ได้เรียนรู้ เพื่อการสร้างเป็นความรู้ประเภท Explicit Knowledge ใหม่ ๆ
.
................4. Internalization เป็นขั้นตอนที่สี่และขั้นตอนสุดท้ายในการแปลงความรู้จาก Explicit Knowledge กลับสู่ Tacit Knowledge ซึ่งจะนำความรู้ที่เรียนมาใช้ในการปฏิบัติงานหรือใช้ในชีวิตประจำวัน


ระบบสารสนเทศทางธุรกิจ ด้านการบัญชี


ระบบสารสนเทศด้านการบัญชี

...............ระบบสารสนเทศด้านการบัญชีจะมีส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน คือ
...............1. ระบบบัญชีการเงิน (Financial Accounting System) บัญชีการเงินเป็นการบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นใน รูป ตัวเงิน จัดหมวด หมู่รายการต่างๆ สรุปผลและตีความหมายในงบการเงิน ได้แก่ งบกำไรขาดทุน งบดุล และงบกระแส เงินสด โดยมี วัตถุ ประสงค์หลัก คือ นำเสนอสารสนเทศแก่ผู้ใช้และผู้ที่สนใจข้อมูลทางการเงินขององค์การ เช่น นักลงทุน และ เจ้าหนี้ นอกจากนี้ยัง จัดเตรียมสารสนเทศในการตัดสินใจของผู้บริหาร ซึ่งนักบัญชีสามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการประมวลข้อมูล โดยจด บันทึกลงในสื่อต่างๆ เช่น เทป หรือจานแม่เหล็ก เพื่อรอเวลาสำหรับทำการประมวล และแสดงผลข้อมูลตามต้องการ
...............2. ระบบบัญชีบริหาร (Managerial Accounting System) บัญชีบริหารเป็นการนำเสนอข้อมูลทางการเงินแก่ ผู้บริหาร เพื่อใช้ในการ ตัดสินใจทางธุรกิจ ระบบบัญชีจะประกอบด้วย บัญชีต้นทุน การงบประมาณ และการศึกษาระบบ โดยมีลักษณะสำคัญคือ
..............- ให้ความสำคัญกับการจัดการสารสนเทศทางการบัญชีแก่ผู้ใช้ภายในองค์การ
..............- ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในอนาคตของธุรกิจ
..............- ไม่ต้องจัดทำสารสนเทศตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป
..............- มีข้อมูลทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน
..............- มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งาน


รูป แสดงระบบสารสนเทศด้านการบัญชี


...............AIS จะให้ความสำคัญกับการวบรวมข้อมูลและการติดต่อสื่อสารทางการเงิน ซึ่งเป็นกระบวนการติดต่อสื่อสาร มากกว่า การ วัดมูลค่า โดยที่ AIS จะแสดงภาพรวม จัดเก็บ จัดโครงสร้างประมวลข้อมูล ควบคุมความปลอดภัย และ การรายงานสารสนเทศ ทาง การบัญชี ปัจจุบันการดำเนินงานและการไหลเวียนของข้อมูลทาง การบัญชีมีความ ซับซ้อน มากขึ้น ทำให้นักบัญชีต้องกำหนด คุณ สมบัติของสารสนเทศด้านการ บัญขีให้สัมพันธ์กับการ ดำเนินงานของ องค์ฏาร ประการสำคัญ AIS และระบบสารสนเทศ เพื่อการ จัดการจะมีทั้งส่วนที่แยกออกจากกัน และเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน แต่ MIS จะให้ความสำคัญกับการจัดการ สารสนเทศสำหรับ การตัดสิน ใจของผู้บริหาร ขณะที่ AIS จะประมวล สารสนเทศ เฉพาะ สำหรับผู้ใช้งานทั้งภายในและภายนอกองค์การ เช่น นักลงทุน เจ้าหนี้ และผู้บริหาร เป็นต้น

ตัวอย่าง ระบบสารสนเทศทางด้านบัญชี

..............ระบบสารสนเทศการบัญชีโรงแรม (ในงานตรวจสอบรายได้ประจำวัน)
..............ธุรกิจการโรงแรม เป็นธุรกิจที่ต้องการผลตอบแทน หรือต้องการมุ่งหารายได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องจัดหารายได้หลายประเภท และมาจากหลายแหล่งภายในสถานประกอบการ หรือภายในโรงแรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการให้บริการแทบทั้งสิ้น ดังนั้นการที่จะรวบรวมรายได้ของโรงแรมที่มีอยู่ให้ครบถ้วนและถูกต้อง จะต้องมีการจัดทำอย่างถูกต้อง นโยบายหนึ่งที่สามารถช่วยให้การตรวจสอบรายได้ประจำวันของโรงแรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่การนำเทคโนโลยีสารสนเทศของรายได้เข้ามาใช้
.............กิจการโรงแรมเป็นกิจการที่มีการดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ทำให้รายได้ของโรงแรมที่เกิดขึ้นมีอยู่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการตรวจสอบรายได้ของโรงแรมต้องทำอย่างรวดเร็ว และถูกต้องภายในวันทำการของโรงแรม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วหนึ่งวันทำการของโรงแรมจะเริ่มนับจากเวลา 07.00 น. ของวันนี้ไปสิ้นสุดเวลา 07.00 น. ของวันถัดไป นั่นหมายความว่า การตรวจสอบรายได้ประจำวันจะต้องทำเสร็จก่อนเวลา 07.00 น. ของทุกวัน เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานในหน้าที่นี้ ได้แก่ ผู้ตรวจสอบบัญชีภาคค่ำ (NIGHT AUDITOR)
.............Night Auditor คือผู้ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบรายได้ประจำวันที่เกิดขึ้นในแผนกต่าง ๆว่าได้ถูกบันทึกโดยถูกต้องแล้วหรือไม่ ตรวจสอบจำนวนห้องพักแขกที่ขายได้ในแต่ละวันว่าได้ถูกบันทึกตรงกันหรือไม่ระหว่างการบันทึกข้อมูลของพนักงานต้อนรับ (Reception) กับรายงานการเข้าพักของแขกจากแผนกแม่บ้าน (House Keeping) จากนั้นแก้ไขปรับปรุงยอดรายได้วันต่อวันให้เรียบร้อย จะเห็นว่างานของ Night Auditor มีความยุ่งยากมากถ้าโรงแรมมีห้องพักจำนวนมาก ภัตตาคารต่าง ๆ ของโรงแรมที่เปิดให้บริการมีหลายภัตตาคาร รวมทั้งแผนกต่าง ๆที่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น แผนกโทรศัพท์ (Telephone) แผนกซักรีด (Laundry) เครื่องดื่ม และอาหารว่างในห้องพัก (Mini Bar) ศูนย์สุขภาพ (Health Club or Fitness Center) ศูนย์บริการธุรกิจ (Business Center) ร้านขายของที่ระลึก และเบ็ดเตล็ด (Gift Shop) ร้านถ่ายรูป และอัดขยายภาพ (Photo Shop)งานของ Night Auditor จะง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้นถ้านำ ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งาน ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์จะมีคำสั่งพิมพ์รายงานต่าง ๆเกี่ยวกับรายได้ทั้งหมดที่มีการบันทึกไว้โดยพนักงาน Front Cashier (เก็บเงินส่วนหน้า) รายงานรายได้ต่าง ๆ Night Auditor จะนำไปตรวจสอบกับสารสนเทศที่เกี่ยวของกับรายได้ต่อไป
..............ปัจจุบันได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์มาใช้ในธุรกิจโรงแรมกันมากขึ้นทำให้การควบคุมรายได้ของโรงแรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และแม่นยำยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่ารายได้ของโรงแรมจะถูกต้องครบถ้วนทั้งหมด จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม (นั่นหมายถึงอาจมีการบันทึกข้อมูลที่ผิดพลาดโดยไม่เจตนา หรือ เจตนาก็ตาม) ดังนั้นจะต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะยอมรับข้อมูลที่บันทึกอยู่ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะต้องเป็นบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้ที่ป้อนข้อมูลรายได้
..............โดยทั่วไปขั้นตอน และเทคนิคการจัดระบบสารสรเทศในงานตรวจสอบรายได้ประจำวันของโรงแรมต่าง ๆไม่แตกต่างกันเท่าไร ดังนั้นซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่นำเข้ามาใช้งานในส่วนของการควบคุม และตรวจสอบรายได้ประจำวันจะถูกพัฒนาไปในแนวทางเดียวกัน ทำให้เทคโนโลยีสารสรเทศในงานตรวจสอบไม่ยุ่งยากอีกต่อไป



วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ซอฟต์แวร์ระบบ (system software)

..........ซอฟต์แวร์ระบบ คือ ซอฟต์แวร์ที่บริษัทผู้ผลิตสร้างขึ้นมาเพื่อใช้จัดการกับระบบ หน้าที่การทำงานของซอฟต์แวร์ระบบคือดำเนินงานพื้นฐานต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น รับข้อมูลจากแผงแป้นอักขระแล้วแปลความหมายให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ นำข้อมูลไปแสดงผลบนจอภาพหรือนำออกไปยังเครื่องพิมพ์ จัดการข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูลบนหน่วยความจำรอง
..........เมื่อเราเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ทันทีที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะทำงานตามโปรแกรมทันที โปรแกรมแรกที่สั่งคอมพิวเตอร์ทำงานนี้เป็นซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ระบบอาจเก็บไว้ในรอม หรือในแผ่นจานแม่เหล็ก หากไม่มีซอฟต์แวร์ระบบ คอมพิวเตอร์จะทำงานไม่
..........ซอฟต์แวร์ระบบยังใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ และยังรวมไปถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแปลภาษาต่างๆ
....
..........หน้าที่หลักของซอฟต์แวร์ระบบประกอบด้วย
.........1. ใช้ในการจัดการหน่วยรับเข้าและหน่วยส่งออก เช่น รับการกดแป้นต่าง ๆ บนแผงแป้นอักขระ ส่งรหัสตัวอักษรออกทางจอภาพหรือเครื่องพิมพ์ ติดต่อกับอุปกรณ์รับเข้า และส่งออกอื่น ๆ เช่น เมาส์ อุปกรณ์สังเคราะห์เสียง
.........2. ใช้ในการจัดการหน่วยความจำ เพื่อนำข้อมูลจากแผ่นบันทึกมาบรรจุยังหน่วยความจำหลัก หรือในทำนองกลับกัน คือนำข้อมูลจากหน่วยความจำหลักมาเก็บไว้ในแผ่นบันทึก
.........3. ใช้เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น การขอดูรายการสารบบในแผ่นบันทึก การทำสำเนาแฟ้มข้อมูล
..
..........ซอฟต์แวร์ระบบพื้นฐานที่เห็นกันทั่วไป แบ่งออกเป็น
..........1. ระบบปฏิบัติการ
.......... ...ระบบปฏิบัติการ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS) เป็นซอฟต์แวร์ใช้ในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนี้ ระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กันมากและเป็นที่รู้จักกันดีเช่นดอส (Disk Operating System : DOS) วินโดวส์ (Windows) โอเอสทู (OS/2) ยูนิกซ์ (UNIX)
.............1) ดอส เป็นซอฟต์แวร์จัดระบบงานที่พัฒนามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้คำสั่งเป็นตัวอักษร ดอสเป็นซอฟต์แวร์ที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์
.............2) วินโดวส์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อจากดอส เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถทำงานหลายงานพร้อมกันได้ โดยงานแต่ละงานจะอยู่ในกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผลบนจอภาพ การใช้งานเน้นรูปแบบกราฟิก ผู้ใช้งานสามารถใช้เมาส์เลื่อนตัวชี้ตำแหน่งเพื่อเลือกตำแหน่งที่ปรากฏบนจอภาพ ทำให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน
.............3) โอเอสทู เป็นระบบปฏิบัติการแบบเดียวกับวินโดว์ส แต่บริษัทผู้พัฒนาคือ บริษัทไอบีเอ็ม เป็นระบบปฏิบัติการที่ให้ผู้ใช้สามารถใช้ทำงานได้หลายงานพร้อมกัน และการใช้งานก็เป็นแบบกราฟิกเช่นเดียวกับวินโดวส์
.............4) ยูนิกซ์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาตั้งแต่ครั้งใช้กับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์ ระบบปฎิบัติการยูนิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถใช้งานได้หลายงานพร้อมกัน และทำงานได้หลาย ๆ งานในเวลาเดียวกัน ยูนิกซ์จึงใช้ได้กับเครื่องที่เชื่อมโยงและต่อกับเครื่อปลายทางได้หลายเครื่องพร้อมกัน ระบบปฏิบัติการยังมีอีกมาก โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการที่ใช้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกันเป็นระบบ เช่น ระบบปฏิบัติการเน็ตแวร์ วินโดว์สเอ็น
...
..........2. ตัวแปลภาษา
.............ในการพัฒนาซอฟต์แวร์จำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแปลภาษาระดับสูง เพื่อแปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง ภาษาระดับสูงมีหลายภาษา ภาษาระดับสูงเหล่านี้สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เขียนโปรแกรมเขียนชุดคำสั่งได้ง่าย เข้าใจได้ ตลอดจนถึงสามารถปรับปรุงแก้ไขซอฟต์แวร์ในภายหลังได้ ภาษาระดับสูงที่พัฒนาขึ้นมาทุกภาษาจะต้องมีตัวแปลภาษาสำหรับแปลภาษา ภาษาระดับสูงซึ่งเป็นที่รู้จักและนิยมกันมากในปัจจุบัน เช่น ภาษาปาสคาล ภาษาเบสิก ภาษาซี และภาษาโลโก
.............1) ภาษาปาสคาล เป็นภาษาสั่งงานคอมพิวเตอร์ที่มีรูปแบบเป็นโครงสร้าง เขียนสั่งงานคอมพิวเตอร์เป็นกระบวนความ ผู้เขียนสามารถแบ่งแยกงานออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วมารวมกันเป็นโปรแกรมขนาดใหญ่ได้
.............2) ภาษาเบสิก เป็นภาษาที่มีรูปแบบคำสั่งไม่ยุ่งยาก สามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ง่าย มีรูปแบบคำสั่งพื้นฐานที่สามารถนำมาเขียนเรียงต่อกันเป็นโปรแกรมได้
.............3) ภาษาซี เป็นภาษาที่เหมาะสำหรับใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ ภาษาซีเป็นภาษาที่มีโครงสร้างคล่องตัวสำหรับการเขียนโปรแกรมหรือให้คอมพิวเตอร์ติดต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ
.............4) ภาษาโลโก เป็นภาษาที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้และเข้าใจหลักการโปรแกรมภาษาโลโกได้รับการพัฒนาสำหรับเด็ก
..........นอกจากภาษาที่กล่าวถึงแล้ว ยังมีภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอีกมากมายหลายภาษา เช่น ภาษาฟอร์แทรน ภาษาโคบอล ภาษาอาร์พีจ

วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

หน้าที่ของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชนิดต่างๆ

หน้าที่ของ CPU


1. อ่านและแปลคำสั่งที่เขียนไว้ในโปรแกรม
2. ประมวลผลตามคำสั่งที่เขียนไว้ในโปรแกรม
3. รับส่งข้อมูลโดยติดต่อกับหน่วยความจำภายในเครื่อง
4. ติดต่อรับส่งข้อมูลกับผู้ใช้ โดยผ่านหน่วยนำข้อมูลเข้า/ออก
5. ย้ายข้อมูลและคำสั่งจากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานหนึ่ง


หน้าที่ของ RAM


ทำหน้าที่เก็บชุดคำสั่งและข้อมูลที่ระบบคอมพิวเตอร์กำลังทำงานอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าข้อมูล (Input) หรือ การนำออกข้อมูล ข้อมูลในแรมจะหายไปทันที เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ถูกปิดลง เนื่องจากหน่วยความจำชนิดนี้ จะเก็บข้อมูลได้เฉพาะเวลาที่มีกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงเท่านั้น


หน้าที่ของ ROM


เก็บโปรแกรมคำสั่งเริ่มต้นในการบูตเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยทำการตรวจสอบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทุกระบบ ถ้าพบข้อผิดพลาดจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ


หน้าที่ของ HDD


หน้าที่โดยตรงของ HDD คือ การเก็บสำรองข้อมูลสำคัญๆ ได้แก่ ระบบปฏิบัติการ Application Software ต่างๆ และข้อมูลส่วนบุคคลที่บันทึกลงใน HDD


หน้าที่ของ Mother broad


ทำหน้าที่ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ทางอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน ได้แก่ CPU , Memory , Slot รวมทั้งการ์ดเสริมต่าง ๆ

หน้าที่ของ Bios

1. ตรวจสอบอุปกรณ์ หลักของเครื่องคอมพิวเตอร์ 2. กำหนดค่าเริ่มต้นของอุปกรณ์บางชนิด เช่น การ์ดจอหรือการ์ดเสียง ที่ติดตั้งเข้ามาในเครื่องโดยใช้ระบบPlug and Play เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้สามารถทำงานร่วมกันได้ 3. แสดงรายงานผลการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ในเครื่อง 4. ค้นหา และโหลดโปรแกรมสำหรับบู๊ตจากไดร์ฟ C หรือไดร์ฟที่บู๊ตได้เพื่อให้โปรแกรมดังกล่าวโหลดระบบปฏิบัติการขึ้นมาทำงาน

หน้าที่ของ Head sink

ระบายความร้อนออกจากตัวอุปกรณ์ ชนิดต่างๆ เช่น CPU และชิปเซ็ท รวมทั้งอุปกรณ์อิเลคทรอนิคอื่นๆ

หน้าที่ของ VGA card

ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณ digital ให้เป็นสัญญาณภาพ โดยมี Chip เป็นตัวหลักในการประมวลการแปลงสัญญาณ

หน้าที่ของ Power supply

ทำหน้าที่ในการจ่ายกระแสไฟฟ้า ให้กับชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้

ความแตกต่างระหว่าง Serial port กับ parallel port

Parallel Port หรือ พอร์ตขนาน( LTP Port หรือ Printer Port ) เป็นมาตรฐานในการรับส่งข้อมูล มีจำนวนขา 25 Pin ที่มาของคำว่า parallel มาจากการรับส่งข้อมูลในลักษณะขนาน 8 bit(1 byte)ใน 1 ครั้ง ในระยะแรกเราใช้พอร์ตขนานในการส่งข้อมูลในการพิมพ์(Unidirectional Port) สามารถรับข้อมูลได้เพียง 4 bit มีอัตราการรับข้อมูลที่ 150 KB/s โดยสายพอร์ตขนานมีความยาวได้ถึง 3 - 4.5 เมตร แต่เพื่อประสิทธิภาพและความเร็วที่ดี ไม่ควรยาวเกิน 2 เมตร
Serial Port หรือ พอร์ตอนุกรม( COM Port หรือ RS-232C Port ) เป็นมาตรฐานในการรับส่งข้อมูล มีจำนวนขา 9 Pin อัตราการถ่ายโอนข้อมูลที่ 115 KB/s สามารถสื่อสารได้ไกลกว่า และปรับเปลี่ยนได้มากกว่าพอร์ตขนาน โดยสายพอร์ตอนุกรมมีความยาวได้ถึง 15 เมตร ที่มาของคำว่า serial มาจากการส่งผ่าน bit เป็นแบบอนุกรม 1 bit ใน 1 ครั้ง โดยใช้กับอุปกรณ์สื่อสารเช่น Mouse , Modem , Serial Printer ,Digital Camera

นางสาวภัทรวดี พุทธิ

รหัส 49043494349

sec.02 (เรียนวันจันทร์บ่าย)