วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

Arc Touch เมาส์สัมผัสดัด"โค้ง-งอ"ได้




..........Arc Touch Mouse เป็นเมาส์ไร้สายที่ทำงานด้วยความถี่ 2.4GHz มาพร้อมกับภาครับส่งสัญญาณ USB Nano Transceiver ที่มีรัศมีในการสื่อสารไกลถึง 30 ฟุต ทำงานด้วยแบตเตอรี่ AAA 2 ก้อนอยู่ได้ 6 เดือน จุดเด่นคือ ดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะไอเดียของการออกแบบที่ทำให้มันสามารถเปลียนรูปร่างได้ ซึ่งการเปิดสวิทช์เมาส์ให้พร้อมใช้งานจะใช้วิธีดัดมันให้โค้งงอเหมือน Arc Mouse รุ่นแรก แต่เมื่อเลิกใช้ หรือต้องการปิดสวิทช์ เพื่อประหยัดไฟ (และสะดวกพกพา) ก็แค่กดมันให้แบนราบ...ว้าว!!! ส่วนลูกกลิ้งที่อยู่ตรงกลางระหว่างปุ่มทั้งสอง (Scroll Wheel) ก็ถูกเปลี่ยนเป็นระบบสัมผัสแทน และเช่นเคย Arc Touch Mouse มาพร้อมกับเทคโนโลยี BlueTrack ที่มีความแม่นยำสูงกว่าเลเซอร์เพียงอย่างเดียว แถมยังใช้งานบนผิวสัมผัสต่างๆ ได้หลากหลายมากขึ้นอีกด้วย
.

..........หากสรุปข้อดีและข้อด้อยของ Arc Touch Mouse นอกจากดีไซน์ที่สะดวกใช้งานและพกพาแล้ว ระบบสัมผัสตรงกลางที่ใช้แทนล้อกลิ้งจะมีการสั่น เพื่อให้ผู้ใช้รับรู้ถึงการใช้งาน ตลอดจนระบบเร่งการเลื่อนหน้าจอที่ให้ความคล่องตัวในการท่องเว็บมากขึ้น และเทคโนโลยี BlueTrack ที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกสถานที่ สุดท้ายคือระบบไร้สายที่สามารถใช้ได้ไกล ถือแทนรีโมทพรีเซนต์พาวเวอร์พอยท์ได้เลย ส่วนข้อด้อยก็คือ แพงไปนิด ตรงส่วนแท็บสัมผัสสำหรับเลื่อนหน้าจอหากไม่แตะแรงพอจะไม่ตอบสนอง สนนราคาอยู่ที่ 70 เหรียญฯ หรือประมาณ 2,400 บาท

>


ข้อมูลจาก: Microsoft

เทคโนโลยีจอแสดงผลในปี 2014


..........ช่วงก่อนเลิกงานวันนี้ กองบรรณาธิการเว็บไซต์ arip ก็มีจินตนาการทางด้านเทคโนโลยีจะแสดงผลมาฝากกันครับ ภายใตัหัวเรื่องว่า "Future of Screen Technology" เป็นการนำเสนอคลิปวิดีโอที่สร้างสรรค์โดย TAT (The Astonishing Tribe) บริษัทดีไซน์ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ในสวีเดนที่มักจะมีคลิปไอเดียเด็ดๆ ออกมาโชว์กันอยู่เสมอ

...........สำหรับเทคโนโลยีจอแสดงผลแห่งอนาคตภายใต้แนวคิดของพวกเขาที่มองว่า ในปี 2014 จอแสดงผลที่จะเป็นพระเอกในยุคนั้นจะประกอบด้วยจอที่ยืดหดได้ (Stretchable screen) จอชนิดโปร่งใส (Transparent screen) มองทะลุผ่านไปยังฝั่งตรงข้ามได้ แม้ในขณะแสดงข้อมูลต่างๆ บนหน้าจอ (หรือกระจก) และ e-Ink ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของโต๊ะทำงาน และแน่นอนที่สุด จอเหล่านี้ใช้ระบบสัมผัสที่ทำให้คุณจับต้อง และแบ่งปัน (share) ข้อมูลได้ตามที่ต้องการ ดูแล้วเป็นไปได้สูงที่ในปี 2014 เราจะได้มีโอกาสใช้งานจอในลักษณะนี้บ้างเหมือนกัน

>

ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

ระวัง! แฮคเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่ PDF

..........อะโดบี้ (Adobe) ออกมายืนยันแล้วว่า แฮคเกอร์กำลังปล่อยโค้ดอันตราย โดยใช้ช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข นั่นหมายความว่า ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ Acrobat และ Reader โปรแกรมสำหรับการสร้าง แก้ไข และเปิดอ่านไฟล์ PDF ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีจากแฮคเกอร์ได้
.
...........สำหรับการใช้ช่องโหว่ที่พบตามรายงานข่าวระบุว่า แฮคเกอร์ใช้เทคนิคฟิชชิ่ง (Phishing) ด้วยอีเมล์ที่ใช้หัวข้อว่า "David Leadbetter's One Point Lesson" ซึ่งมาพร้อมกับไฟล์แนบ PDF ที่แฝงโค้ดอันตรายมาด้วย "ช่องโหว่ร้ายแรงที่แฮคเกอร์นำไปใช้ในการโจมตีขณะนี้จะเป็นข้อผิดพลาดของการทำงานที่พบอยู่ใน Adobe Reader 9.3.4 และเวอร์ชันก่อนหน้านี้ที่ทำงานบน Windows, Macintosh และ UNIX และ Adobe Acrobat 9.3.4 (เวอร์ชันก่อนหน้านี้ด้วย) สำหรับรุ่นที่ทำงานบน Windows และ Macintosh" ข้อความแจ้งเตือนผู้ใช้ที่ปรากฎในบอร์ดของบริษัท
"การใช้ช่องโหว่ CVE-2010-2883 จะสามารถทำให้ระบบล่ม และเปิดโอกาสให้ผู้บุกรุกสามารถเข้าควบคุมการทำงานของระบบที่ได้รับผลกระทบได้ ซึ่งทางบริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการประเมินกำหนดการอัพเดต เพื่อแก้ปัญหานี้" ในขณะที่ Adobe ยังไม่สามารถกำหนดวันที่จะออกแพตช์อุดช่องโหว่ดังกล่าวได้ Secunia บริษัทผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยได้ยกให้ระดับความรุนแรงของบั๊กเป็นระดับวิกฤติสูงสุด "ช่องโหว่ที่ถูกค้นพบนี้จะอยู่ใน Adobe Reader ซึ่งสามารถใช้ในการโจมตีโดยผู้ไม่หวังดีได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากมันเป็นข้อผิดพลาดของกลไกการส่งผ่านฟอนต์ของ CoolType.dll ที่สามารถทำให้มันเกิด buffer overflow ได้ เพียงแค่หลอกให้ผู้ใช้เปิดไฟล์ PDF ที่ได้รับการดัดแปลงมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ"

.
..........
ข้อมูลจาก: pcmag

วิธีการใช้ Internet Banking อย่างไรให้ปลอดภัย


............1. อุดรูรั่วบนวินโดวส์ให้เรียบร้อยด้วยการเรียก Windows Update ไม่ต้องกลัวว่าเครื่องคุณจะใช้วินโดวส์ของแท้หรือไม่ เพราะถ้าเป็นรูรั่วทางด้านระบบรักษาความปลอดภัยของวินโดวส์ไมโครซอฟท์จะยอมให้คุณดาวน์โหลดได้เต็มที่

............2. เปิดใช้ Firewall ในวินโดวส์ทุกเวอร์ชันจะมีไฟรวอลล์มาให้อยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าการเปิดไฟร์วอลล์จะทำให้เครื่องทำงานช้าลงอะไรมากมาย เพราะไฟรวอลล์ที่มาพร้อมกับวินโดวส์เวอร์ชันใหม่ได้มีการปรับปรุงเรื่องนี้ไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคุณสมบัติของไฟร์วอลล์ที่มีอยู่ในวินโดวส์ก็เทียบกับบริษัทที่ทำเรื่อง Security มาโดยเฉพาะ อย่าง Kaspersky, Symantec และ Trend Micro ไม่ได้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดควรจะใช้ชุดซอฟต์แวร์ประเภท Internet Security Suite เพราะไฟร์วอล์ที่อยู่ในชุดจะทำงานประสานกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่อยู่ในชุดได้ดีกว่า แต่ถ้าคุณอยากใช้ของฟรีก็แนะนำ Comodo Personal Firewall หรือ PC Tools Firewall Plus ก็ได้เช่นกัน แต่ระวังด้วยเพราะการที่คุณเลือกใช้ซอต์แวร์แอนตี้ไวรัสกับไฟร์วอล์คนละบริษัทมักจะเกิดปัญหาไฟร์วอลล์จะบล็อกไม่ให้แอนตี้ไวรัสให้อัพเดทรายชื่อฐานข้อมูลไวรัสได้

...........3. อัพเดตใช้บราวเซอร์เวอร์ชันใหม่ล่าสุดอยู่ตลอดเวลา เพราะหลายครั้งที่รูรั่วบนบนบราวเซอร์จะเป็นช่องโหว่ให้แฮกเกอร์เข้ามาเก็บข้อมูลในเครื่องเราได้ ซึ่งทางผู้ผลิตทั้งหลายต่างก็รู้ปัญหานี้จึงออกเวอร์ชันใหม่ออกมาแก้ปัญหาเหล่านี้ ดังนั้นควรใช้บราวเซอร์เวอร์ชันใหม่ล่าสุดเสมอ โดยเวอร์ชันล่าสุดของบราวเซอร์มีดังนี้
......Internet Explorer 8.0
......Mozilla Firefox 3.6.8
......Opera 10.61
......Google Chrome 5.0.375.126
......Apple Safari 5.0.1
.

..........เชื่อว่าทั้ง 3 ขั้นตอนนี้คงไม่ยากจนเกินไป ลองทำดูกันก่อน ไว้ตอนต่อไป จะมาถึงขั้นตอนการใช้เบราเซอร์อย่างไรในการเริ่มใช้บริการให้ปลอดภัยครับ
.
>
>
ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

Sony เผย Google TV ออกปลายปีนี้


...........Google TV รุ่นแรกที่จะวางตลาดจะเป็น Sony Internet HDTV ที่มีหน้าจอขนาด 46 นิ้ว โดยพลังประมวลผลภายในเครื่องจะใช้โพรเซสเซอร์ Intel Atom CE4100 ความเร็ว 1.2GHz ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android และใช้บราวเซอร์ Chrome สนับสนุน Flash 10.1 ซึ่งในการสาธิตที่งาน IFA 2010 โดยคนของ Sony จะมีการแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติการทำงานบางอย่าง เช่น การเล่นวิดีโอ YouTube เกมส์ และวิวไฟล์ภาพจากบริการ Picasa นอกจากนี้ยังมีกล้องค้นไว (quick search box) ซึ่ง Sony TV ที่โชว์ในงานจะเป็นรุ่นทีมีขนาด 40 นิ้ว




...........ชุดทีวีของ Sony จะมีออปชันให้รัน Google TV ซ้อนทับบนรายการทีวีที่เรากำลังชมอยู่ในขณะนั้น แม้ว่า Sony จะเป็นพันธมิตรในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ Google TV แต่ในงาน IFA 2010 ก็มี Android TV ของบริษัทผู้ผลิตอีกรายหนึ่ง โดยบริษัทเล็กๆ จากสแกนดิเนเวียชื่อว่า People of Lava ได้พัฒนาให้มันสามารถรันแอพฯ Facebook, YouTube, Google Maps, Mail และ Twitter โดยลำดับต่อจากช่องต่างๆ ของทีวี เนื่องจาก Android เป็นโอเพ่นซอร์ส ดังนั้นใครๆ ก็สามารถเข้าร่วมเกมนี้ได้
>
>
ข้อมูลจาก: fierceonlinevideo

ระวัง!!! หนอนพันธุ์ใหม่"ล็อค"ไฟล์เวิร์ด

..........หนอนดังกล่าวชื่อว่า Clippo.A โดยเจ้าหนอนร้ายตัวนี้จะทำการก็อปปี้ตัวเองด้วยไฟล์ทีมีชื่อว่า PICTURE.EXE และ SOUND.EXE เข้าไปในทุกโฟลเดอร์ในเครื่อง ซึ่งรวมถึงไดรฟ์ภายนอก (พวกยูเอสบีไดรฟ์ก็ด้วย) ตลอดจนแชร์ไดรฟ์บนเน็ตเวิร์กที่ให้สิทธิ์ในการเขียนข้อมูลเข้าไปได้ นอกจากนีมันยังจะมีการทิ้งไฟล์ชื่อ FILE.EXE เข้าไปในรากของไดรฟ์ C: พร้อมทั้งเพิ่มคำสั่ง "load=c:\file.exe" เข้าไปที่รีจิสทรี startup ใน HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows NT\Current\Version\Windows เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว หนอนตัวนี้จะตั้งค่าพาสเวิร์ดในการเข้าถึงไฟล์เอกสาร Word, PowerPoint หรืออีเมล์ใน Outlook ด้วยชุดตัวเลข 721709031350 ใครที่กำลังโดนเล่นงานด้วยอาการลักษณะนี้อยู่ลองใช้พาสเวิร์ดนี้ดูนะครับ
.
..........ส่วนใหญ่โปรแกรมมัลแวร์ที่มีการบล็อคไม่ให้สามารถเข้าถึงไฟล์สำคัญๆ ตลอดจนคุณสมบัติบางอย่างของระบบปฏิบัติการ มักจะมีการขู่ร้องขอเงิน เพื่อให้ได้โปรแกรมแก้ไข หรือรหัสในการปลดล็อค ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ ransomware แต่สำหรับหนอนตัวนี้มันไม่ได้มีการร้องขอเงินแต่อย่างใด "เป้าหมายของหนอนตัวนี้ไม่ได้อยู่ที่เงิน แต่ต้องการป่วนผุู้ใช้เท่านั้น" นักวิจัยจาก Panda Security ตั้งข้อสังเกต นอกจากนี้ มัลแวร์ส่วนใหญ่ในโลกไซเบอร์มักจะเพ่งเล็งไปที่การขโมยข้อมูล แต่หนอนตัวนี้ก็ไม่ได้มีกลไกการทำงานในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด มันไม่ได้ทำให้ผู้สร้างได้ผลประโยชน์ หรือเงินทองแต่อย่างใดเลย ซึ่งตรงข้ามกับนิสัยมัลแวร์ที่พบกันโดยทั่วไป โชคดีที่ Clippo จะติดได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 2003 และ XP (รวมถึงเวอร์ชันก่อนหน้านี้) ผู้ใช้ที่โดนเล่นงานสามารถลบมันได้จาก registry ที่กล่าวไปข้างต้น และลบไฟล์ c:\file.exe ทางที่ดีควรอัพเดตแอนตี้ไวรัสด้วย
>
>
ข้อมูลจาก: Softpedia

Power Hub อะแดปเตอร์+พอร์ต USB


..........Power Hub เป็นอะแดปเตอร์ 65/95 วัตต์สำหรับโน้ตบุ๊คของ Lenovo แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือ มันมาพร้อมกับช่องต่อ USB ถึง 4 พอร์ตด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้อะแดปเตอร์แทน USB Hub ได้ด้วย ซึ่งสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ฟังดูก็เหมือนเป็นแค่นำอุปกรณ์สองอย่างรวมกัน แต่ความจริงต้องบอกว่า Power Hub ไม่ได้ออกแบบมาแค่นั้น แต่มันจะสำรองไว้หนึ่งพอร์ต เพื่อใช้ชาร์จแบตฯให้กับแก็ดเจ็ตอื่นๆ ได้ด้วย โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊ค เพียงแค่เสียบ Power Hub เข้ากับเต้าเสียบปลั๊กไฟในบ้าน จากนั้นเสียบอุปกรณ์ USB ของแก็ดเจ็ตต่างๆ เข้ากับ Power Hub ได้ทันที

.

.........น่าสนใจขนาดนี้ คงต้องมาดูกันที่ราคากันหน่อยดีกว่า Power Hub มีจำหน่ายแล้วบนเว็บไซต์ของ Lenovo สนนราคาอยู่ที่ 75 เหรียญฯ หรือประมาณ 2,300 บาท อืม...ฟังดูแพงไปนิดหนึ่ง แต่เชื่อว่า หากมันกลายเป็นมาตรฐาน หรือจำหน่ายไปกับโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ของ Lenovo ราคาของมันน่าจะถูกกว่านี้มากทีเดียว นี่ถ้ามีซ็อคเก็ตสำหรับเสียบ iPhone/iPod Touch ด้วยล่ะก็เยี่ยมไปเลย
>
>
ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์